เคยคิดนะ  ว่าถ้าสักวันหนึ่งพ่อกับแม่ของตัวเองไม่อยู่ 

ตัวเองจะรับมือกับสถานการณ์นั้นยังไง

---

เมื่อคืนวันอาทิตย์ 1 ทุ่ม พ่อกับแม่นั่งรถยนต์ไปรับเพื่อนอีกอำเภอแล้วจะเดินทางไปที่กรุงเทพ  เพราะจะไปงานศพเพื่อนเก่าของพ่อ  เราเลยอยู่กับน้องสองคน  จนกว่าพ่อกับแม่จะกลับมาถึงบ้านในตอนดึกของวันอังคาร

ด้วยความที่บ้านเปิดร้านขายของชำ  และด้วยความที่เราเป็นพี่เลยต้องตื่นตั้งแต่เช้า ตี 5 ครึ่ง มาเปิดร้าน

วันจันทร์เราตื่นเพราะแม่โทรมาปลุก  วันนั้นทั้งวันต้องมาสวมบทบาทเป็นแม่  ต้องขายของทั้งวัน  จะล้างหน้าล้างตาทาครีมเหมือนทุกวันก็ไม่ได้  เพราะมีลูกค้ามารอ  ก็เลยอยู่ห่างจากหน้าร้านได้ไม่นาน  เลยเข้าใจความรู้สึกของแม่ที่ต้องอยู่หน้าบ้านขายของนี่เหนื่อยแค่ไหน  ต้องยืนตลอด  ปกติเราอยู่บ้านเราก็คอยช่วยแม่  อู้บ้างบางครา  เพราะมีแม่.. 

แต่วันนั้นแม่ไม่อยู่  ต้องคอยถามลูกค้า ชวนลูดค้าคุย  ต้องทำหน้าตาให้รับแขก  ทั้งทั้งที่หน้าตานี่อยากนอนเหลือเกิน  แม่เคยบอกว่าหน้าเราเหมือนจะกัดแขก -*- 

พอตกเย็นเลยโทรหาแม่ใหม่

เรา  "แม่ค๊า  ถึงไหนแล้ว"

แม่  "กำลังขึ้นรถลูก  เดี๋ยวตรงกลับบ้านเลย"

เรา  "จะถึงกี่โมงอะแม่"

แม่  "ประมาณ  ตี3 - 4 จ้า"

คุยกับแม่อีกนิดหน่อย  แล้ววางสาย  พอทุ่มครึ่งโทรหาใหม่  แม่บอกว่ายังอยู่แถวกรุงเทพอยู่เลย  เราก็บ่นว่าเหนื่อย  แม่บอกว่าให้ปิดบ้านนอนได้เลย  แต่ตอนนั้น  เพิ่งทุ่มครึ่ง  ปกติก็ปิด 3 ทุ่ม  ด้วยความที่คิดว่าเราทำงานมาเยอะแล้ว (ทั้งที่จริงไม่เลย) แต่เราก็ตัดสินใจปิดบ้านนอนเลย  รู้สึกผิดนะ  เพราะถ้าปิดบ้านเร็ว  รายได้ที่ควรจะได้ก็ไม่ได้ 

เราเข้านอน

 

สะดุ้งตื่น ดูนาฬิกา   ตื่นตอนตี 5 เศษนิดนึง  รู้สึกแปลกใจ ไม่ได้ตื่นตี 5 มานานแล้ว  นึกไดว่า  ยังไม่เห็นร่องรอยพ่อกับแม่เลย ออกไปดูโรงจอดรถ  รถก็ไม่อยู่   แม่บอกว่าจะมาถึงตอนเช้าดึก ๆ นี่ตี 5 แล้ว ไม่โทรมาอีก  กำลังจะล้มตัวนอนต่อ  แต่เปลี่ยนใจ มากดโทรหาแม่

...

แม่ไม่รับ เราเริ่มขมวดคิ้ว  ติดแต่ไม่รับ  โทรหาพ่อ  ติดแต่ไม่รับ

พ่อขับรถ  แม่นั่งด้วย  ป่านนี้คงไปส่งเพื่อนอีกคนแล้ว  แต่ไม่มีคนรับโทรศัพท์

ตอนนั้นเราเริ่มลุกขึ้นนั่ง  เลยเดินไปห้องนอน ปลุกน้องมาถามว่า แม่โทรมามั้ย  น้องว่าไม่  เลยทำใจเย็น ๆ เล่าให้น้องฟังว่าเราโทรหาพ่อกับแม่แต่ไม่มีใครรับ

เอาล่ะ  ตอนนี้เราเริ่มคิดจริง ๆ แล้ว  ไม่ขำเลยนะ  ตอนนี้มันตี 5 จะครึ่งแล้ว  พ่อกับแม่ไม่รับ  เปิดสมุดโทรศัพท์หา 2-3รอบ จะหาเบอร์เพื่อนพ่อ ก็ไม่มี  เริ่มรู้สึกว่านี่มันแย่สุด ๆ เลย  ทำไมไม่มีคนรับ  แล้วทำไมไม่มีคนโทรกลับ 

พ่ออดนอนเป็นคืนที่สองแล้ว  ต้องขับจากกรุงเทพมาอุบล  แล้วพ่อที่ชอบขับรถเร็ว  ไม่ยอมให้คนอื่นแซง กำลังขับรถกลับ  แต่ไม่รับโทรศัพท์  ยอมรับว่าตอนนั้น คิดในแง่ร้าย 

ถ้าพ่อกับแม่เกิดรถคว่ำล่ะ ... เราจะกลายเป็นลูกกำพร้า  คิดถึงงานศพ  คิดถึงการจัดการเอกสารต่าง ๆ แล้วเรื่องเรียนล่ะ  เรายังเรียนไม่จบ จะหาเงินจากไหนมาเป็นทุน

แต่.. ก็พยายามคิดในแง่ดี  อาจทำโทรศัพท์หาย  หรือไม่ก็อาจจะใกล้ถึงบ้าน  เลยไม่รับโทรศัพท์  แต่อีกใจแย้งว่า แต่นี่เราโทรกระหน่ำก็น่าจะรับสายบ้าง

 โทรนานมาก  บางทีอาจจะไม่นาน  แต่นาทีนั้นรู้สึก...นานเป็นชั่วโมง  แต่จู่ ๆ ก็รู้สึกว่า โอเคแล้ว  พ่อกับแม่ไม่ได้เป็นอะไร  คิดไปเองมั้ง  แต่รูสึกอย่างนั้นจริง ๆ

ตี 5 ครึ่ง  ฟ้าเริ่มสว่าง โทรไปไม่กี่สายก็ไม่รับ  จู่ ๆ สัญลักษณ์การรับสายก็ปรากฏบนจอโทรศัพท์  เรารีบเอามาคุย

เรา  "แม่ .."  พระเจ้า... เสียงเราสั่น  ทั้ง ๆ ที่ตอนคุยกับน้องเสียงไม่สั่น  น้ำตาที่ไม่ไหลก็ไหล

แม่  "จ้า "  น้ำตาเริ่มไหล ไหลออกมาเหมื่อนเขื่อนทะลัก

เรา  "แม่อยูไหน ทำไมไม่รับโทรศัพท์ ... รู้มั้ยเบลล์เป็นห่วง ...." แง แง เราพูดไปเหมือนไม่มีสติ  รู้สึกตัวว่าพูดอะไร  ตอนั้นคิดว่าที่น้ำตาไหลเพราะตัวเองพยายามบีบน้ำตารึเปล่า  แต่ไม่ใช่ ตอนนั้นไหลออกมาจริง ๆ จนรู้สึกตัวเองว่า  ตัวเองเคยพูดว่าเป็นห่วงแม่ครั้งแรก  น้ำตาไหลออกมา  พยายามกลั้นไว้  แต่มีเสียงออกมาจนได้ 

แม่  "อ๋อ.. แม่กับพ่อนอนบ้าน.....(เพื่อนพ่อ)  แม่เอาโทรศัพท์ไว้ในรถ เหนื่อยมากเลย แม่กับพ่อเลยเข้าไปนอนในบ้าน  นี่กำลังขึ้นรถจะกลับแล้ว"  ตอนนั้นเราก็ร้องไห้ฮัก ฮัก ไป  ไม่มีแรงบอกน้องด้วยซ้ำว่าโทรติดแล้ว  แต่น้องคงได้ยินเพราะเลิกโทร  กลับไปนอนต่อ (ไอ้นี่!)  เราก็คิดไปด้วยว่าน้ำตาที่ไหลมันคืออะไร  พยายามคิดว่าเพราะโล่งใจ โล่งอก ที่รู้ว่าพ่อกับแม่ปลอดภัย  ไม่ได้เป็นอันตรายเหมือนที่เราคิด  แต่ใจนึงก็รู้สึกเสียใจที่แม่ไม่ยอมโทรมาบอก  น้ำตาที่ไหลออกมาทำให้ตัวเองรู้ว่า  ตัวเองเป็นห่วงแม่แค่ไหน  จากที่เคยคิดว่าจะรับมือกับเหตุการณ์ในบรรทัดแรกได้ด้วยความสงบนั้น  ก็รู้เลยว่ามันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเลย

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ทำใจไม่ไหวจริงๆ

#11 By iDoi* on 2010-10-11 18:01



ความผูกพัน
จึงผูกกันไว้
ในรู้สึก

ผูกไว้ในสำนึก
ในใจตรึก
ระลึกนึกถึง

big smile

#10 By ทิว แอด ไฟน์ on 2010-10-10 14:07

ขอบคุณที่มาคอมเม้นมากเลยค่ะ

#9 By ToonChunG on 2010-10-09 11:59

ถ้าไม่มีพ่อแม่เราก็ลำบากล่ะค่ะ

ดีแล้วที่คุณพ่อคุณแม่ปลอดภัยนะคะ

#8 By : : p l o y d : : on 2010-07-13 09:17

เคยมีเหมือนกันเหตุการณ์คล้ายๆอย่างนี้


ปล.พี่ไม่ได้หยุดเขียนนะ เขียนจนจบแหละมีทั้งหมด 38 ตอนแต่ว่าไม่ได้ขึ้นลิ๊งค์แนะนำเท่านั้นเองbig smile
เคยรู้สึกเหมือนกันเลยค่ะ
โล่งใจแทน จขบ. ดีจังที่สุดท้ายก็เดินทางโดยสวัสดิภาพ

#6 By elRion on 2009-09-03 21:14

เวลาแม่ห่วงลูก ลูก ก็เป็นแบบนี้เลยค่ะ..

กระวนกระวาย.. แบบที่เป็น..

สุขสันต์วันแม่นะค่ะ..

big smile

#5 By กวางน้อย... on 2009-08-13 10:06

เข้าใจๆ

#4 By สส.eVeZaa on 2009-08-07 09:56

อ่านแบบนี้แล้วเข้าใจอารมณ์พ่อแม่ เวลารอลูกกลับบ้านดึกๆ เลยเนอะ อ่านแล้วไม่อยากกลับดึกเลย รู้สึกผิด >_<''
เฮ้อโล่งใจหลังจากอ่านจบ ลุ้น...

พ่อแม่ ใคร ใคร ๆ ก็รัก ....

เอ หรือว่า กลัวพ่อแม่กลับช้า แล้วโดนขายของคนเดียว อีกวัน ...แหย่ได้อีกน่อ

#2 By นาย ช บ า on 2009-07-21 16:28


เราก็เคยเป็นเหมือนเธอ

คิดแบบเดียวกับที่เธอคิด

มันเป็นความรู้สึกที่อย่สุดๆ

ไม่อยากรู้สึกแบบนั้นอีกเลย

#1 By Song R on 2009-03-31 21:43